อบรมเรื่องข้อกำหนดและหลักเกณฑ์การใช้วัตถุเจือปนอาหาร

ตามคำสั่งมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมที่  ที่  4302 ลงวันที่  10 กันยายน 2563 และบันทึกข้อความ ที่  4235 ลงวันที่  1 กันยายน 2563 ได้สั่งให้ข้าพเจ้า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันเพ็ญ  แสงทองพินิจ ไปร่วมอบรม เข้าร่วมอบรมเรื่องข้อกำหนดและหลักเกณฑ์การใช้วัตถุเจือปนอาหาร  สถานที่ โรงแรมรามาการ์เดนส์ จังหวัดกรุงเทพ

 

          ข้าพเจ้าของรายงานผลการอบรม การสัมมนา และการประชุมฯ ดังต่อไปนี้

1.        ชื่อเรื่อง (การอบรม การสัมมนา ประชุมปฏิบัติการ)

ข้อกำหนดและหลักเกณฑ์การใช้วัตถุเจือปนอาหาร 

2.        ผู้จัด

สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารแห่งประเทศไทย และ กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 

3.        สถานที่

โรงแรมรามาการ์เดนส์ จังหวัดกรุงเทพ

4.        หน่วยงานที่เข้าร่วม

บริษัทหรือผู้ประกอบการผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุเจือปนอาหาร หน่วยงานราชการ นักวิจัย

5.        จุดมุ่งหมายของการจัดในครั้งนี้

เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ในหลักการพื้นฐานด้านวัตถุเจือปนอาหาร กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวัตถุเจือปนอาหารของประเทศไทยและสากล สภาพปัญหาการใช้วัตถุเจือปนอาหารแนวทางการใช้ คุณภาพมาตรฐาน การแสดงฉลาก ให้เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด

6.    หัวข้อในการอบรม สัมมนา ประชุม

 ข้อกำหนดและหลักเกณฑ์การใช้วัตถุเจือปนอาหาร

7.         สรุปเนื้อหาในแต่ละหัวข้อ

7.1   กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัตถุเจือปนอาหาร

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้วัตถุเจือปนอาหารมีหลายฉบับหากพิจารณาตามสาระสำคัญของกฏหมายที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

1.         หลักการของวัตถุเจือปนอาหาร การใช้วัตถุเจือปนอาหารในปัจจุบันให้ใช้ตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร

2.         การแสดงฉลาก ทั้งฉลากของวัตถุเจือปนอาหาร และฉลากของอาหารที่มีวัตถุเจือปนอาหาร  ได้แก่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 363) พ.ศ. 2556 เรื่องวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 2) และ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 372) พ.ศ. 2558 เรื่องวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 3)

3.         เงื่อนไขการใช้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 381) พ.ศ. 2559 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 4) และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2563 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522  เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 2)

นอกจากนั้นในการผลิตอาหารในปัจจุบันยังมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมมากขึ้น จึงมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหาร และอยู่ภายใต้นิยามของวัตถุเจือปนอาหาร จึงมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอีก 2 ฉบับ ได้แก่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 409) พ.ศ. 2562 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522  เรื่องเอนไซม์สำหรับใช้ในการผลิตอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 412) พ.ศ. 2562 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522  เรื่องผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อที่ใช้สำหรับอาหาร

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 281) พ.ศ. 2547 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร ประกอบด้วย 5 หมวดที่สำคัญได้แก่ นิยาม ข้อกำหนดคุณภาพและมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหาร เงื่อนไขการใช้ วิธีตรวจวิเคราะห์ และการแสดงฉลาก ซึ่งได้มีการปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากขึ้นโดยเฉพาะในหมวดเงื่อนไขการใช้ และการแสดงฉลาก ซึ่งได้จัดทำเป็นประกาศกระทรวงฉบับใหม่ขึ้นมาเป็นระยะ ในประกาศฯ ได้แบ่งวัตถุเจือปนอาหารตามหน้าที่ไว้ 27 กลุ่ม และแบ่งกลุ่มอาหารไว้ทั้งหมด 16 หมวด การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องใช้ตามชื่อวัตถุเจือปนอาหาร หน้าที่ทางด้านเทคโนโลยีการผลิต หมวดอาหารหรือชนิดอาหาร และปริมาณสูงสุดที่อนุญาต และตามประเภทของอาหารที่ได้ระบุไว้ในประกาศ รวมถึงเงื่อนไขการใช้วัตถุเจือปนอาหารแต่ละชนิด (ถ้ามี) หากมีการนำไปใช้ผิดจากประกาศจะต้องได้รับโทษทางกฏหมาย ทั้งจำและปรับ ในประกาศนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 417) พ.ศ. 2563 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522  เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 1) สาระสำคัญในประกาศฉบับนี้คือได้ยกเลิกข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้วัตถุเจือปนอาหารตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขสำหรับอาหารควบคุมเฉพาะ หรืออาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน จำนวน 28 ฉบับ โดยยังคงประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 355) พ.ศ. 2556 เรื่องอาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท

มาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ มีกฏระเบียบที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้วัตถุเจือปนอาหาร ตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 381) พ.ศ. 2559 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 4)  ข้อ 1 การใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องใช้ตามชื่อวัตถุเจือปนอาหาร หน้าที่ทางด้านเทคโนโลยีการผลิต หมวดอาหารหรือชนิดอาหาร และปริมาณสูงสุดที่อนุญาต และการใช้วัตถุเจือปนอาหารที่มีการกำหนดปริมาณสูงสุดที่อนุญาตเป็นตัวเลข ในกลุ่มหน้าที่เดียวกันตั้งแต่ 2 ชนิด ขึ้นไป สัดส่วนรวมกันต้องไม่เกิน 1

กระบวนการตรวจสอบการใช้วัตถุเจือปนอาหาร มี 2 ขั้นตอนได้แก่

ขั้นตอนที่ 1 จัดผลิตภัณฑ์ตามหมวดอาหาร ตามบัญชีหมายเลข 2 (ส่วนที่ 1) ให้ตรงตามการจำแนกหมวดอาหาร 16 หมวด ตามผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งต้องจัดลงหมวดอาหารที่ย่อยที่สุด โดยพิจารณาจาก

1.       สูตรส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ เช่น นม น้ำมัน เนื้อสัตว์

2.       สูตรส่วนประกอบอื่นๆ เช่น มี หรือไม่มีการปรุงแต่ง มีหรือไม่มีแอลกอฮอล์

3.       กรรมวิธีการผลิต เช่น ดอง ทำแห้ง ให้ความร้อน

4.       ลักษณะทางกายภาพ เช่น ผง เข้มข้น

5.       วิธีการบริโภค เช่น อาหารมื้อหลัก ขนมขบเคี้ยว ชงดื่ม

ขั้นตอนที่ 2 พิจารณาเงื่อนไขการใช้วัตถุเจือปนอาหารตามบัญชีหมายเลข 1 ของ ปสธ.418 โดยต้องคำนึงถึงองค์ประกอบดังนี้

1.      ชื่อวัตถุเจือปนอาหาร และเลข INS

2.      หน้าที่ทางเทคโนโลยี

3.      หมวดอาหารที่อนุญาตให้ใช้ ทั้งนี้หากอาหารไม่มีการอนุญาตในหมวดย่อย และอนุญาตในหมวดใหญ่ สามารถใช้ได้

4.      ปริมาณที่ใช้ เงื่อนไข ปีที่รับค่ากำหนด ทั้งนี้หากมีเงื่อนไขการใช้ ให้ไปดูเงื่อนไขในบัญชีหมายเลข 2 (ส่วนที่ 2)

 

ทั้งนี้การใช้วัตถุเจือปนอาหารให้ถูกต้องตามกฎหมายและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ต้องเป็นไปตาม

1.       ข้อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน (specification) โดยให้เป็นไปตาม

a.       Codex Advisory Specification for Identity and Purity of Food Additives

b.       ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่องการกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของวัตถุเจือปนอาหารชนิดเดี่ยว (4 ฉบับ จำนวน 16 ชนิด)

c.       ความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัญหาและวินิจฉัยในเชิงวิชาการเกี่ยวกับอาหาร

2.       ข้อกำหนดเงื่อไขการใช้ โดยให้เป็นไปตาม

a.       ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 381) พ.ศ. 2559 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 4)

b.       ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 418) พ.ศ. 2563 ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522  เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการใช้ และอัตราส่วนของวัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 2)

มาตรการควบคุมทางกฎหมายในการใช้วัตถุเจือปนอาหาร

1.                   อาหารผิดมาตรฐาน คืออาหารที่มีข้อกำหนดการใช้วัตถุเจือปนอาหาร หากตรวจพบการใช้วัตถุเจือปนอาหารนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในประกาศฯ หรือใช้เกินปริมาณที่กำหนดไว้ในประกาศฯ  บทกำหนดโทษ มีโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

2.                   อาหารฝ่าฝืนประกาศ คืออาหารที่มิได้มีข้อกำหนดการใช้วัตถุเจือปนอาหาร หากตรวจพบการใช้วัตถุเจือปนอาหารนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในประกาศฯ หรือใช้เกินปริมาณที่กำหนดไว้ในประกาศฯ  บทกำหนดโทษ มีโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

3.                   อาหารไม่บริสุทธิ์ คืออาหารที่มีการใช้วัตถุเจือปนอาหารเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนดจนอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภคทั้งในระยะสั้นและระยะยาว  บทกำหนดโทษ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ในการตรวจสอบปริมาณวัตถุเจือปนอาหารในผลิตภัณฑ์ต้องคำนึงถึงวัตถุเจือปนอาหารที่ตกค้างหรือติดมากับวัตถุดิบ (Carry Over) ซึ่งอาจติดมากับวัตถุดิบโดยธรรมชาติ หรือติดมากับวัตถุดิบโดยการตั้งใจเติม ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตสินค้าต้องพิสูจน์หรือมีหลักฐานยืนยันว่าวัตถุเจือปนอาหารนั้นติดมาจากวัตถุดิบ ซึ่งอาจเป็นผลการตรวจสอบวัตถุดิบ ข้อมูลการตรวจสถานที่ผลิต เอกสารทางวิชาการ

ปัญหาที่พบเกี่ยวกับการใช้วัตถุเจือปนอาหารได้แก่

1.       การใช้วัตถุเจือปนอาหารที่กฎหมายไม่อนุญาต

2.       ใช้เกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด

3.       ใช้ในหมวดอาหารที่กฎหมายไม่อนุญาต

4.       ใช้วัตถุเจือปนอาหารโดยไม่ตรวจสอบประกาศฯ เฉพาะเรื่อง

7.2   การแสดงฉลากอาหารเกี่ยวกับวัตถุเจือปนอาหาร

การแสดงฉลากอาหารเกี่ยวกับวัตถุเจือปนอาหารประกอบด้วย

7.2.1   ฉลากวัตถุเจือปนอาหาร เพื่อเป็นการให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้วัตถุเจือปนอาหารได้ถูกต้อง ทั้งนี้การแสดงฉลากวัตถุเจือปนอาหารมี 3 กรณีตามลักษณะการจำหน่ายดังนี้

1.             กรณีจำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค  ในที่นี้ผู้บริโภคหมายรวมถึงผู้ปรุงเพื่อจำหน่าย เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ผู้จำหน่ายวัตถุเจือปนอาหารเพื่อจำหน่าย และผู้แบ่งบรรจุวัตถุเจือปนอาหารเพื่อจำหน่าย ฉลากของวัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นข้อความภาษาไทยเท่านั้น และต้องประกอบไปด้วยข้อมูลที่บังคับให้แสดง 9 รายการ และความสมัครใจ 1 รายการ ข้อมูลที่บังคับให้ต้องแสดงได้แก่

1) ชื่ออาหาร โดยมีคำว่า วัตถุเจือปนอาหาร หรือ กลุ่มหน้าที่ในอาหารกำกับไว้

2) เลขสารบบอาหาร

3) ชื่อ-ที่ตั้ง ผู้ผลิต หรือนำเข้า หรือแบ่งบรรจุ หรือสำนักงานใหญ่ โดยถ้าเป็นวัตถุเจือปนอาหารที่นำเข้าต้องระบุประเทศผู้ผลิตด้วย

4)รุ่นที่ผลิต หรือข้อความอื่นที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

5) ปริมาณวัตถุเจือปนอาหารเป็นระบบเมตริก ของแข็งให้แสดงน้ำหนักสุทธิ ของเหลว อาจแสดงเป็นน้ำหนักสุทธิหรือปริมาตรสุทธิ เม็ดหรือแคปซูล ให้แสดงเป็นน้ำหนักสุทธิ และแสดงจำนวนเม็ดหรือแคปซูลด้วย

6) เดือนและปีที่ผลิต หรือเดือนและปีที่หมดอายุ โดยวัตถุเจือปนอาหารที่มีอายุการเก็บรักษาไม่เกิน 18 เดือน ต้องแสดงเดือนและปีที่หมดอายุ ซึ่งอาจใช้ข้อความที่มีความหมายเดียวกัน เช่น ใช้ได้ถึง  ซึ่งเดือนอาจเป็นตัวเลข หรือตัวอักษรก็ได้

7) ส่วนประกอบอาหารที่เป็นวัตถุเจือปนอาหาร โดยแสดงชื่อและปริมาณเป็นร้อยละ เรียงตามลำดับปริมาณจากมากไปน้อย ชื่อวัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นชื่อเฉพาะตามมาตรฐาน Codex หรือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่องวัตถุเจือปนอาหาร และต้องกำกับด้วยเลขตาม INS ถ้ากลุ่มวัตถุเจือปนอาหารที่มีค่าความปลอดภัย (ADI) เดียวกัน อาจใช้ชื่อกลุ่มวัตถุเจือปนอาหาร ร่วมกับตัวเลข INS ของสารนั้นๆ

8) ส่วนประกอบอื่นนอกเหนือจากวัตถุเจือปนอาหาร ให้แสดงชื่อต่อจากส่วนประกอบที่เป็นวัตถุเจือปนอาหาร โดยเรียงตามปริมาณจากมากไปน้อย

9) วิธีการใช้ ประกอบด้วยวัตถุประสงค์การใช้ ชนิดของอาหารที่ใช้ ปริมาณการใช้ในอาหาร และคำแนะนำในการเก็บรักษา

10) ข้อจำกัดในการใช้ และคำเตือนหรือข้อควรระวัง (ถ้ามี)

2. กรณีมิได้จำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค เป็นการจำหน่ายให้แก่ผู้ผลิตอาหารเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปอาหารเพื่อจำหน่าย มิใช่ผู้บริโภคข้างต้น ฉลากแสดงเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ หากแสดงข้อมูลไม่ครบ 10 ข้อ  อย่างน้อยต้องมี 1) ชื่ออาหาร 2) เลขสารบบอาหาร 3) ชื่อ-ที่ตั้ง ผู้ผลิต หรือนำเข้า หรือแบ่งบรรจุ 4)รุ่นที่ผลิต 5) ปริมาณวัตถุเจือปนอาหารเป็นระบบเมตริก 6) เดือนและปีที่ผลิต หรือเดือนและปีที่หมดอายุ 7) ส่วนประกอบอาหารที่เป็นวัตถุเจือปนอาหาร โดยแสดงชื่อและปริมาณเป็นร้อยละ ถ้าไม่แสดงปริมาณเป็นร้อยละ ต้องมีข้อความ เป็นวัตถุดิบสำหรับแปรรูปอาหารเท่านั้น และต้องมีคู่มือหรือเอกสารประกอบการจำหน่ายที่มีรายละเอียดครบถ้วนตามประกาศฯ

กรณีที่เป็นวัตถุเจือปนอาหารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป อาจไม่ต้องแสดงปริมาณร้อยละไว้ที่ฉลากหรือคู่มือหรือเอกสารประกอบการจำหน่ายได้

กรณีที่ 1 เป็นความลับทางการค้า แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าต้องมีข้อตกลงให้ข้อมูลร้อยละของวัตถุเจือปนให้แก่ผู้แปรรูปอาหารเมื่อมีความต้องการ

กรณีที่ 2 ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าวัตถุเจือปนอาหารเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารสุดท้าย หรือเป็นผู้ว่าจ้างผลิตอาหารดังกล่าวนั้นด้วย

3.        กรณีผลิตเพื่อส่งออก ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า จะแสดงเป็นภาษาใดก็ได้ แต่อย่างน้อยต้องระบุ ประเทศผู้ผลิต เลขสารบบอาหาร หรือเลขสถานที่ผลิต รุ่นที่ผลิต

7.2.2        การแสดงรายละเอียดวัตถุเจือปนอาหารบนฉลากอาหาร

1.       กล่องข้อความ: มี...........การแสดงข้อมูลการแพ้อาหาร ในกรณีที่ มีการใช้ในผลิตภัณฑ์ 

แสดง ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร :มี…….” หรือ

 

กรณีอาจมีการปนเปื้อนในกระบวนการผลิต ซึ่งอาจติดมากับวัตถุดิบ

กล่องข้อความ: อาจมี...........แสดง ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร :อาจมี…….” หรือ

 

2.       การแสดงข้อมูลการใช้วัตถุเจือปนอาหาร

1)            กลุ่มสี ให้แสดง สีธรรมชาติ หรือ สีสังเคราะห์ตามด้วยชื่อเฉพาะ หรือตัวเลขตาม INS แล้วแต่กรณี

2)            กลุ่มสารกันเสีย ให้แสดง ชื่อกลุ่มหน้าที่ สารกันเสีย ตามด้วยชื่อเฉพาะ หรือตัวเลขตาม INS แล้วแต่กรณี

3)            กลุ่มสารปรุงแต่งรสอาหาร และกลุ่มสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ให้แสดงชื่อกลุ่มหน้าที่ ตามด้วยชื่อเฉพาะ ไม่ต้องตามด้วย INS

4)            กลุ่มหน้าที่อื่นนอกเหนือจากข้างต้น อาจแสดงข้อความว่า วัตถุเจือปนอาหาร แทนชื่อกลุ่มหน้าที่ของวัตถุเจือปนอาหารได้ ร่วมกับชื่อเฉพาะ หรือตัวเลขตาม INS แล้วแต่กรณี

                             สารช่วยในการผลิต (processing aid) ไม่ต้องแสดงบนฉลากอาหาร สารช่วยในการผลิต เป็นสารที่นำมาใช้ในระหว่างการผลิตวัตถุดิบ หรือในระหว่างการผลิต และ มีขั้นตอนหรือวิธีการกำจัด การลดปริมาณสารตกค้างในผลิตภัณฑ์สุดท้าย ปริมาณของสารต้องไม่ส่งผลต่อลักษณะหรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้ายนั้น

4.    ประโยชน์ที่ได้รับและแนวทางที่จะนำมาปรับปรุงงานใหม่ในหน่วยงาน

สามารถใช้ในการปรับปรุง และเพิ่มเติมหัวข้อในการสอน

 

                                                          ลงชื่อ........................................

                                                     (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วันเพ็ญ  แสงทองพินิจ)

                                                           วันที่  8 ตุลาคม 2563.







โดย : ผศ.ดร.วันเพ็ญ แสงทองพินิจ

อบรมเรื่องข้อกำหนดและหลักเกณฑ์การใช้วัตถุเจือปนอาหาร
www.npru.ac.th
http://sc.npru.ac.th

#คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
#มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

 

 

 

ย้อนกลับ